SHMILY = ....
posted on 23 Dec 2009 11:22 by wapoke in Me
มีช่วงนึงหลายๆคนคงเห็นว่า จขบ. ตั้งชื่อเอมชื่อว่า SHMILY! เรามาดูกันดีกว่าว่า SHMILY คืออะไร?
จขบ. ได้เจอกระทู้ เจ้าSHMILY นี้ที่เว็บบอล(อะไรๆก็บอลเนาะ) จนเป็นคำที่จขบ.ชอบมากๆเลยครับ
ปู่ย่าของฉันอยู่กินด้วยกันมากว่า 50 ปีแล้ว ตั้งแต่เค้าสองคนพบกันมา
ทั้งสองก็เล่นเกมนี้กันมาตลอด เกมน่ารักๆของปู่กับย่าคือการเขียน "Shmily"
ไว้ในที่ๆพิเศษ เพื่อให้อีกฝ่ายได้เจอคำๆนี้โดยบังเอิญ
ปู่ย่าจะสลับกันเล่นเกมนี้ ถ้าใครหา "Shmily" เจอ
ก็ต้องเป็นฝ่ายเขียนคำนี้อีกที
บางครั้งพวกเค้าจะใช้นิ้วจิ้มน้ำตาลหรือแป้งมัน แล้วเขียน "Shmily" ไว้บนขวดโหล
ให้คนที่จะเตรียมทำอาหารมาเจอ หรือบางครั้ง "Shmily" จะอยู่บนกระจกหน้าต่าง
ให้อีกฝ่ายได้เห็นตอนมองออกนอกหน้าต่าง
มีครั้งหนึ่งย่าของฉันนั่งจัดการกับกระดาษทิชชู่อยู่นาน เพื่อที่จะเขียน
"Shmily" ลงบนกระดาษช่องสุดท้าย
เกมของเค้าสองคนไม่มีวันจบ "Shmily" จะปรากฏให้เจอได้ทุกเมื่อ ไม่ว่าจะเป็นในรถ
ในตู้ ใต้หมอน หรือแม้แต่ในรองเท้า ก็อาจจะมีกระดาษแผ่นเล็กๆเขียนว่า "Shmily"
อยู่ก็ได้ "Shmily" คำพิเศษคำนี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของบ้านปู่ย่าไปแล้ว
แรกๆฉันก็ไม่เข้าใจเกมของปู่ย่าอันนี้
ฉันใช้เวลาอยู่นานถึงได้รู้ความหมายและชื่นชมในเกมของทั้งสอง
ถึงแม้ฉันจะไม่เชื่อว่าโลกนี้มีรักจริงหรือความรักอมตะอะไรพวกนี้ แต่ฉันไม่!
เคยคิดสงสัยในความสัมพันธ์ของปู่กับย่าเลย
ความรักความสัมพันธ์ของปู่ย่าไม่ใช่เป็นแค่เพียงเกม แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
อยู่ที่การให้ซึ่งกันและกันและความรู้สึกดีๆที่ไม่มีวันหมด
ทั้งสองจะจับมือกันทุกครั้งที่มีโอกาส หรือภายในห้องครัวเล็กๆถ้าอยู่กันสองคน
มันก็ต้องมีชนกันเป็นธรรมดา เขาก็จะถือโอกาสหอมแก้มอีกฝ่ายด้วยเลย
พวกเขาจะช่วยพูดต่อในขณะที่อีกฝ่ายยังพูดไม่จบอย่างรู้ใจกันดี
หรือไม่ก็ใช้เวลาอ่านหนังสือพิมพ์ด้วยกันทุกวัน
ย่าพูดกับฉันบ่อยๆว่าปู่น่ารักยังไง หล่อยิ่งกว่าใครที่ไหน... ก่อนอาหารทุกมื้อ
ปู่ย่าจะขอบคุณซึ่งกันและกัน
ขอบคุณพระเจ้าที่ให้พวกเขาได้มีอีกฝ่ายอยู่เคียงข้าง
มีครอบครัวที่อบอุ่นและน่ารัก ขอบคุณท่านที่ประทานสิ่งดีๆเหล่านี้ให้แก่พวกเขา
แต่ทว่า โชคร้ายที่ย่าของฉันเป็นโรคมะเร็ง... แต่ปู่ก็ยังเป็นเหมือนเช่นก่อน
คอยเฝ้าอยู่เคียงข้างย่าไม่เคยห่าง ทั้งสองก็คงยังไปโบสถ์ด้วยกันทุกวันอาทิตย์
โดยย่าต้องใช้ไม้ค้ำและมีปู่คอยยืนประคองอยู่บ้างๆ
แต่นับวันอาการของย่าก็ยิ่งแย่ลง จนย่าไม่สามารถไปไหนได้อีก
ปู่ก็ไปโบสถ์เพียงคนเดียว อธิฐานขอร้องให้พระเจ้าช่วยภรรยาของเข! า
เมื่อย่าป่วยหนักจนออกไปไหนไม่ได้
เวลาส่วนใหญ่ปู่ก็จะนั่งเฝ้าปลอบโยนย่าอยู่ในห้องสีเหลืองของพวกเขา
ที่ทาสีห้องให้เป็นสีเหลือง
เพราะปู่อยากให้ย่าได้รับรู้ถึงความอบอุ่นของแสงตะวันได้ทุกวัน
แต่ในที่สุด
สิ่งที่พวกเรากลัวกันมากก็เกิดขี้น...ย่าจากพวกเขาไปอย่างไม่มีวันกลับ
ในงานศพของย่า ริบบิ้นผูกช่อดอกไม้ทุกเส้นจะมีเขียน "Shmily"
ด้วยตัวหนังสือสีเหลือง ญาติแต่ละคนก็คอยเฝ้าอยู่ข้างๆปู่
ปู่ยืนนิ่งอยู่บ้างๆโลงศพของย่า ร้องเพลงให้ย่าฟังด้วยเสียงสั่นเครือ
นั่นเป็นเพลงกล่อมที่ผสมด้วยความเศร้าและน้ำตา
ฉันรู้ว่าเวลาจะช่วยผ่อนคลายความเศร้านี้ได้
แต่ฉันไม่เคยลืมภาพที่ฉันเห็นในวันนั้นเลย
ฉันเพิ่งรู้ว่าความรักของปู่กับย่าไม่สามารถเอาอะไรมาวัดได้เลย
ฉันโชคดีที่มีโอกาสได้เห็นความรักที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ มันช่างสวยงามยิ่งนัก
S-h-m-i-l-y ... See How Much I Love You
ทั้งสองก็เล่นเกมนี้กันมาตลอด เกมน่ารักๆของปู่กับย่าคือการเขียน "Shmily"
ไว้ในที่ๆพิเศษ เพื่อให้อีกฝ่ายได้เจอคำๆนี้โดยบังเอิญ
ปู่ย่าจะสลับกันเล่นเกมนี้ ถ้าใครหา "Shmily" เจอ
ก็ต้องเป็นฝ่ายเขียนคำนี้อีกที
บางครั้งพวกเค้าจะใช้นิ้วจิ้มน้ำตาลหรือแป้งมัน แล้วเขียน "Shmily" ไว้บนขวดโหล
ให้คนที่จะเตรียมทำอาหารมาเจอ หรือบางครั้ง "Shmily" จะอยู่บนกระจกหน้าต่าง
ให้อีกฝ่ายได้เห็นตอนมองออกนอกหน้าต่าง
มีครั้งหนึ่งย่าของฉันนั่งจัดการกับกระดาษทิชชู่อยู่นาน เพื่อที่จะเขียน
"Shmily" ลงบนกระดาษช่องสุดท้าย
เกมของเค้าสองคนไม่มีวันจบ "Shmily" จะปรากฏให้เจอได้ทุกเมื่อ ไม่ว่าจะเป็นในรถ
ในตู้ ใต้หมอน หรือแม้แต่ในรองเท้า ก็อาจจะมีกระดาษแผ่นเล็กๆเขียนว่า "Shmily"
อยู่ก็ได้ "Shmily" คำพิเศษคำนี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของบ้านปู่ย่าไปแล้ว
แรกๆฉันก็ไม่เข้าใจเกมของปู่ย่าอันนี้
ฉันใช้เวลาอยู่นานถึงได้รู้ความหมายและชื่นชมในเกมของทั้งสอง
ถึงแม้ฉันจะไม่เชื่อว่าโลกนี้มีรักจริงหรือความรักอมตะอะไรพวกนี้ แต่ฉันไม่!
เคยคิดสงสัยในความสัมพันธ์ของปู่กับย่าเลย
ความรักความสัมพันธ์ของปู่ย่าไม่ใช่เป็นแค่เพียงเกม แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
อยู่ที่การให้ซึ่งกันและกันและความรู้สึกดีๆที่ไม่มีวันหมด
ทั้งสองจะจับมือกันทุกครั้งที่มีโอกาส หรือภายในห้องครัวเล็กๆถ้าอยู่กันสองคน
มันก็ต้องมีชนกันเป็นธรรมดา เขาก็จะถือโอกาสหอมแก้มอีกฝ่ายด้วยเลย
พวกเขาจะช่วยพูดต่อในขณะที่อีกฝ่ายยังพูดไม่จบอย่างรู้ใจกันดี
หรือไม่ก็ใช้เวลาอ่านหนังสือพิมพ์ด้วยกันทุกวัน
ย่าพูดกับฉันบ่อยๆว่าปู่น่ารักยังไง หล่อยิ่งกว่าใครที่ไหน... ก่อนอาหารทุกมื้อ
ปู่ย่าจะขอบคุณซึ่งกันและกัน
ขอบคุณพระเจ้าที่ให้พวกเขาได้มีอีกฝ่ายอยู่เคียงข้าง
มีครอบครัวที่อบอุ่นและน่ารัก ขอบคุณท่านที่ประทานสิ่งดีๆเหล่านี้ให้แก่พวกเขา
แต่ทว่า โชคร้ายที่ย่าของฉันเป็นโรคมะเร็ง... แต่ปู่ก็ยังเป็นเหมือนเช่นก่อน
คอยเฝ้าอยู่เคียงข้างย่าไม่เคยห่าง ทั้งสองก็คงยังไปโบสถ์ด้วยกันทุกวันอาทิตย์
โดยย่าต้องใช้ไม้ค้ำและมีปู่คอยยืนประคองอยู่บ้างๆ
แต่นับวันอาการของย่าก็ยิ่งแย่ลง จนย่าไม่สามารถไปไหนได้อีก
ปู่ก็ไปโบสถ์เพียงคนเดียว อธิฐานขอร้องให้พระเจ้าช่วยภรรยาของเข! า
เมื่อย่าป่วยหนักจนออกไปไหนไม่ได้
เวลาส่วนใหญ่ปู่ก็จะนั่งเฝ้าปลอบโยนย่าอยู่ในห้องสีเหลืองของพวกเขา
ที่ทาสีห้องให้เป็นสีเหลือง
เพราะปู่อยากให้ย่าได้รับรู้ถึงความอบอุ่นของแสงตะวันได้ทุกวัน
แต่ในที่สุด
สิ่งที่พวกเรากลัวกันมากก็เกิดขี้น...ย่าจากพวกเขาไปอย่างไม่มีวันกลับ
ในงานศพของย่า ริบบิ้นผูกช่อดอกไม้ทุกเส้นจะมีเขียน "Shmily"
ด้วยตัวหนังสือสีเหลือง ญาติแต่ละคนก็คอยเฝ้าอยู่ข้างๆปู่
ปู่ยืนนิ่งอยู่บ้างๆโลงศพของย่า ร้องเพลงให้ย่าฟังด้วยเสียงสั่นเครือ
นั่นเป็นเพลงกล่อมที่ผสมด้วยความเศร้าและน้ำตา
ฉันรู้ว่าเวลาจะช่วยผ่อนคลายความเศร้านี้ได้
แต่ฉันไม่เคยลืมภาพที่ฉันเห็นในวันนั้นเลย
ฉันเพิ่งรู้ว่าความรักของปู่กับย่าไม่สามารถเอาอะไรมาวัดได้เลย
ฉันโชคดีที่มีโอกาสได้เห็นความรักที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ มันช่างสวยงามยิ่งนัก
S-h-m-i-l-y ... See How Much I Love You



