CoLuMniSt

นานๆทีจะได้เขียนนะครับช่วงนี้ ขอเขียนหน่อยละกันคันมือมานาน^^

 

เมื่อเวลา"สิงห์แกร่ง"ไม่ทั่วแผ่นดิน...

       ไม่ชนะใครมาสี่นัดติดกอปรกับเสีย10ประตูในสี่เกม... อย่างที่ เช็ค ได้ออกมาให้ข่าวว่า"มันไม่ใช่ความผิดส่วนตัวของใครทั้งนั้น มันเป็นความผิดพลาดของพวกเราทั้งหมด" นั่นคือปัญหาที่เราต้องแก้ไขกัน...

         เกมที่เปิดรังแสตมฟอร์ด บริดจ์ เสมอกับทอฟฟี่เคี้ยวยากอย่าง เอฟเวอร์ตันซึ่งทีมสิงห์โตน้ำเงิน ไม่เคยชนะทอฟฟี่หวานมัน ได้ในรังของตัวเองมา3ปีติดโดยเสมอมาทุกเกม โดยในเกมนี้ทีมจากกรุงลอนดอนมีสิ่งหนึ่งที่ขาดหายไปคือ "ทีมเวิร์ค" ดูได้จากจังหวะประตูตีเสมอ 3-3 ของ หลุยส์​ ซาฮา ซึ่งดร็อกบาจะขึ้นโหม่งสกัด ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับ เช็ค ซึ่งจะออกมาตัดบอลแต่ว่า... สกอร์บอร์ดขยับแล้วเป็น 3-3 จบเกม 1 แต้มแรกที่เคยได้รับจากรัง เดอะ บริดจ์ ของตัวเอง พร้อมกับเสียสถิติชนะ100%ในบ้าน และเสียประตูมากที่สุดในบ้าน

        

 

           เกมรับที่แข็งแกร่งของเชลซีเริ่มเป๋ตั้งแต่เกมที่เสมอกับ แบล็คเบิร์น โรเวอรส์ ซึ่งเสมอในเกม 3-3 ก่อนเสียท่าพ่ายดวลเป้า 4-3 ซึ่ง กาเอล คาคูต้า ยิงจุดโทษพลาดไปตรงตัว พอล โรบินสัน มากไป ต่อมาในเกมลีคกับ ทีมจอมทุ่ม อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นนายทวารชุดส้มอย่าง เช็ค ซึ่งพลาดท่าให้กับลูกฟรีคิกของ คาร์ลอส เตเบซ ซึ่งยิงเข้าไปอย่างงามหยดย้อย

            การขาดหายไปของไบซันอย่าง มิกาเอล เอสเซียง นั้นส่งผลกระทบอย่างยิ่ง โดยมีสถิติออกมาว่า ฤดูกาลที่แล้ว เกมที่ทีมมีเอสเซียงอยู่ชนะถึง 78% ส่วนเกมที่ไม่มีเอสเซียงนั่นชนะเพียง 63% เท่านั้น อาการบาดเจ็บเอนเข่าของ เอสเซียงอาจเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของเชลซีโดย เอสเซียงเป็นฟันเฟืองตัวสำคัญในการเชื่อเกม รับ และ รุก โดยมิดฟิลด์ เวิร์ลด์ คลาส จาก กาน่านั้นคงต้องจากทีมใหญ่แห่งกรุงลอนดอนไป 2 เดือน(อาการบาดเจ็บ 1 เดือน และ แอฟริกัน เนชั่นส์คัพ อีก 1 เดือน)และ ผู้ที่ต้องแบกรับหน้าที่ตรงส่วนนี้คือ จอห์น 'มิเกล' โอบี นั่นเองครับ

 

 

           การที่ พี่แจ้อันเช่ นั้นยึดติดกับระบบ 4-Diamond-2 มากเกินไปทำให้ทีมหลายๆทีมเริ่มจับทางได้ ไล่มาตั้งแต่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แล้วครับที่กลางสี่คนกลับสู้กลางบู๊ล้างผลาญของผีแดงไม่ได้ เพราะเพียงแค่ มิดฟิลด์เก๋าเกมสองคนปะทะมิดฟิลด์บ้าเลือดอย่าง เทพเฟลทช์ เพียงคนเดียวเกมก็ต่อไม่ติดแล้วจนสุดท้ายรูปเพชรเสียทรงจนได้.. ไล่ต่อมาทีมจากแมนเชสเตอร์อีกทีมอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพรสซิ่งเกมเร็วจนมิดฟิลด์เก๋าเกม(อีกแล้ว)จับจังหวะเกมผิดพลาดจนปั้นเกมไม่ได้... 

 

            การที่มิดฟิลด์ซ้ายขวาอย่าง บัลลัค หรือ แลมพาร์ด นั้นไม่สามารถปั้นเกมได้ทำให้แบ็คซ้าย - ขวา นั้นไม่สามารถเติมเกมบุกได้เพราะต้องรับอย่างเดียวจนสุดท้ายจากแผนบุกกลายเป็นต้องรับซึ่งมันไม่ใช่ธรรมชาติของเชลซีครับ นักเตะของเชลซีแต่ละคนเน้นเล่นเกมบุกทั้งนั้น ไล่ตั้งแต่แบ็คโฟร์ทั้ง จอห์น เทอร์รี่ และ ริคาร์โด คาร์วัลโญ่ ต่างเติมขึ้นมาช่วยเกมบุกอยู่เป็นเป็นกิจประจำอยู่แล้วครับ ส่วนแบ็คซ้าย ไม่ว่าจะเป็น ซีร์คอฟ หรือ แอชลีย์​ โคล ซึ่งเกมรุกบุกมันส์แทบลืมกลับแดนเป็นประจำ โดยเฉพาะโคลซึ่งฤดูกาลนี้สอยตาข่ายได้สองลูก จากลูกโหม่งทำประตู ทีมไก่เดือยทอง และ ลูกยิงโคตรสวย ดับเบิร์นลีย์ กลับกันทางด้าน บรานิสลาฟ อิวาโนวิช หรือ โปรโขก เกมรับเด่นอยู่แล้ว เกมรุกดีวันดีคืนสุดๆครับ 

 

            

 

             สุดท้ายนี้ผมหวังว่า คาร์โล อันเชลอตติ สามารถฝ่าฟันและลองปรับแผนการเล่นเป็น 4-3-3  บ้างไม่ใช่ใช้ 4-diamond-2 ลูกเดียวลองมองทีมอื่นๆโดยเฉพาะ แมนฯยูไนเต็ด บ้างที่บางสถานการณ์ใช้หน้าสาม บางสถานการณ์ใช้หน้าสอง บางนัดยังเล่นหลังสามวิงแบ็คสองเลยยามจำเป็น นี่เป็นประสบการณ์ส่วนสุดท้ายที่อันเชลอตติ สมควรจะเก็บเกี่ยวกันต่อไป!